| !!ซานคุง!!'s profile||~ZAN~Kung~||PhotosBlogLists |
|
June 08 ออริ...ผมลุกขึ้นเดินวนรอบโซฟา สงสัยจะเล่นซ่อนแอบ... ริจะเป็นผีซ่อนแอบแล้วเรอะ.... ผมส่ายหน้าเบาๆให้กับตนเอง.... ผมล้มตัวลงนอนกับโซฟา... อยู่ดีๆ คำพุดเมื่อเช้าของเจ้านั่นก็ผุดขึ้นมาในสมองของผม....
“นี่...ถ้าฉันหายไปล่ะ?”
“ก็ดี...ฉันรำคาญนายจะแย่!”
คำตอบของผมเมื่อเช้าที่รีบตอบไปโดยไม่ได้คิดเลย ว่าผมอาจจะสร้างบาดแผลให้เจ้านั่น... ผมรีบลุกขึ้นจากโซฟา ไปหาเจ้านั่นที่ ห้องนอนของผม เผื่อว่าเจ้านั่นอาจจะงอนหรือน้อยใจ จึงไม่ออกมาหาผม แต่มันว่างเปล่า....
ทุกๆห้องในบ้านผมถูกรื้อค้นเละเทะ..... แต่ก็ไม่เจอ.... เจ้านั่นหายไปไหน? หรือว่า.... ไม่อยากจะคิดเลย.... ผมทรุดตัวลงนั่งที่โซฟาที่เดิม.... ห้องนี้กลับมาเงียบเหงาอีกแล้ว.... ผมมองไปที่ๆเจ้านั่นเคยนั่งแล้วหวังว่ามันเป็นแค่ความฝัน... ประเดี๋ยวก็กลับมา...
รออยุ่นานจนผมหลับๆตื่นๆไปหลายรอบ.... ผมตัดสินใจลุกขึ้นหาเจ้านั่นอีกครั้ง.... กระวนกระวายเหลือเกิน... ผมกลับไปอยู่แบบเดิมคนเดียวไม่ได้อีกแล้วใช่ไหม?.... การอยู่คนเดียวตอนนี้มันช่างแตกต่างจากเมือ่ก่อนเหลือเกิน....
“ออกมาซิ....ออกมา....ฉันอยู่คนเดียวไม่ได้อีกแล้ว.....เพราะนาย....”
ผมตะโกนลั่น.... สิ่งที่คาดหวังไม่เป็นผล... หายไปหรอ?..... แม้แต่คำลาก็ไม่มีงั้นหรอ? เหมือนก้อนอะไรก็ไม่รู้มราจุกอยุ่ที่ลำคอของผม.... ผมพยายามกลืนมันลงไปแรงๆ.... นายทำให้ฉันเหมือนเป็นคนอ่อนแอ.... ฉันอยู่คนเดียวไม่ได้แล้ว.....
“กฤษณ์....ได้ยินไหม?”
เสียงแผ่วบาเสียงหนึ่งปลุกให้ผมตื่นจากภวังค์.... วิน... ร่างของเขาจางลงไปจากวันแรกๆมาก... จางจนน่ากลัว...
“ทำไม?....”
“ไม่รู้สิ...สงสัยจะต้องไปทั้งๆที่ยังไม่หมดห่วงล่ะมั้ง?”
วินหันมาส่งยิ้มบางให้ผม... เขามองมือของเขาที่จางจนแทบจะมองทะลุผ่านไปได้แล้ว....
“ฉันนึกว่านายจะหายไปแล้ว....”
“ดีออก....นายจะได้กลับไปอยู่แบบสงบสุขสักทีไง”
“ฉันอยู่คนเดียวไม่ได้แล้ว.....”
ผมตัดสินใจพูดออกไป.... น้ำใสๆเริ่มไหลออกจากตาของวิน...
“ต้องได้สิ...ต้องได้...รอฉันนะ...”
ผมไม่พูดอะไร ร่างของวินค่อยๆจางหายไป ก้อนแข็งในลำคอพี่ผมพยายามกลืนมันลงไปจุกขึ้นมาอีกแล้ว... ผมไม่สามารถต้านมันไหว... ขอบตาของผมร้อนผ่าว.... เมื่อนึกถึงเวลาที่ต้องกลับไปอ้างว้างเช่นเดิม...
“รอ?.....เมือ่ไรกันล่ะ...ฉันจะต้องอยู่คนเดียวอีกแล้วหรอ....”
ผมรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเด็กเล็กๆ.... ผมตั้งคำถามออกไป.... มือจางๆของเขาทำท่ากุมมือผมไว้... เขากำลังจะไปที่ไกลแสนไกล....
“ลองโกหกว่า....รัก...ฉันได้ไหม?....”
“...........”
“ ไม่เป็นไร....งั้นหลับตาสิ.....”
ผมหลับตาตามที่เขาบอก...
“ฉันรักนาย... รอฉันนะ...แล้วฉันจะมาเกิดเป็นผู้หญิง....”
สายลมแผ่วเบาพัดเข้าที่ใบหน้าของผม.... ผมลืมตาขึ้นมา.... ก็ต้องพบกับความว่างเปล่าอีกครั้ง... ผมหัวเราะให้ตัวเอง.... ผมมันบ้า.... ไม่มีเจ้านั่น... ผมจะหัวเราะได้อย่างไร.....
“อือ...แล้วจะรอ....”
แล้วเสียงหัวเราะแสนเศร้าก็หยุดลง.... พร้อมสายลมที่พัดผ่าน หอบพาบางอย่างที่ทำให้ใครบางคนแทบคลั่ง....
“จะรอ....จนกว่าจะถึงวันสุดท้าย....”
-------------------------------------------------------------------------------------------------------
เน่าดีแท้นะเจ๊.... หวังว่าคราวนี้จะได้รับเมล์สักทีนะครับ- “-
ปล.สั้นที่สุดที่เคยแต่งมาแล้ว ย้ำว่านี่คือเรื่องสั้น!!
ออริ ฟิค2“ฉันถามจริงๆ...ช่วยตอบให้ตรงหน่อยได้ไหม?”
กฤษณ์เหลือบมองหน้าผม ก่อนจะเปลี่ยนท่านั่ง... ผมพยักเพยิดหน้า ต้องการจะให้เขาเล่าให้ฟัง... ก้ผมไม่เคยเห็นเขาหัวเราะเลยนี่นา....
“ฉันไม่ชอบสุงสิงกับใคร....เบื่อ....”
“นี่ก็คือสาเหตุที่นายไปกินข้าวคนเดียวและไม่มีเพื่อนหรอ?”
“อืม....”
ผมจ้องหน้าเขา..... จ้องลึกเข้าไปในตาของเขา... ถึงแม้ว่าดวงตาของเขาจะดูแข็งกร้าว ดุดัน.... แต่แววตาของเขาแทบไม่เป็นแบบนั้นเลย... เขาต้องเหงามากๆแน่
“แล้วไม่เหงาหรอ?”
ผมถามเขา.... เขาจ้องหน้าผมไม่พอใจ... มันแทงใจดำใช่ไหมล่ะ?.... เขาลุกออกจากโซฟาแล้วเดินเข้าห้องน้ำโดยที่ไม่เอ่ยอะไรออกมาเลย
7วันผ่านไป สิ่งที่ผมแน่ใจมันก็ไม่ได้ทำให้ผมรุ้สึกดีขึ้นสักนิด.... เจ้าผีบ้านั่นนับวันยิ่งน่ารำคาญ.... ทั้งที่ชีวิตผมอยุ่คนเดียวมาตลอดแท้ๆ ทำไมต้องมาทำให้ชีวิตผมปั่นป่วนด้วยนะ.... 7 วันมานี้ผมแทบจะไม่ได้อยู่อย่างเงียบงบเลยด้วยซ้ำ เพราะเสียงเจื้อยแจ้วข้างๆหูผมนี่ล่ะ
“รุ้ไหมตอนนั้นฉันน่ะนะตกใจมากเลยที่....”
“พอได้แล้ว.....รำคาญ!” ผมตวาดใส่คนตัวเล็กข้างๆ วิษณุก้มหน้ารับผิด พร้อมกับผมที่ยังอ่านหนังสือต่อไป....
ผมนั่งอ่านหนังสืออยู่ได้ซักพัก ก็ได้ยินเสียงงึมงำจากวิน.... ผมเงี่ยหูฟังเสียงงึมงำนั่นเพราะมันกำลังจะทำให้ความอดทนของผมถึงขีดสุด ฟังจากเสียงงึมงำก็พอจจะจับความได้ว่า....ผมเป็นคนใจร้าย...
“ฉันจะไปนอนแล้ว....”
ผมถอดแว่นออกแล้วลุกขึ้นจากโซฟา วินลุกขึ้นตามผมทันที
“ไปนอนด้วยสิ....”
“ผีน่ะไม่จำเป็นต้องนอนหรอก.....”
“กฤษณ์....กฤษณ์!!!!!!!..... กฤษณ์เช้าแล้ว....”
เช้าวันนี้มก็ยังคงทำหน้าที่เป็นผีเฝ้าบ้านที่ดีตามเคย กฤษณ์ก็ยังนอนขี้เซาเช่นทุกวันที่ผ่านมา ผมพยายามหาวิธีปลุกแปลกๆมาปลุกเขา... แต่มันไม่ได้ผลซักวิธี จนเมื่อวาน.... ผมก้ค้นพบวิธีการปลุกเขาขึ้นมาจากนิทราได้อย่างสงบและ... เยือกเย็น?
“ถ้าไม่ตื่น....มีจูบนะ!”แล้วผมก้ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ ขณะเดียวกันกับที่กฤษณ์ลืมตาตื่นขึ้นมา....
“ย๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!....”
“ได้ผลแฮะ....” ผมพึมพำกับตัวเองขณะที่กฤษณ์เดินเข้าห้องน้ำสักพักก็ออกมาพร้อมใบหน้าที่ ดูไม่ค่อยดีเท่าไรในสายตาผมน่ะนะ....
“ไม่สบายหรอ?” ผมถามเขา กฤษณ์ส่ายหน้า.... 7วันมานี่ทำให้ผมได้รู้ว่าเขาเป็นคนปากแข็งหน้าดู
“ก้หน้านายซีดนี่....”กฤษณ์ไม่เอ่ยอะไร เขาหยิบโค้ดแล้วก้าวออกจากห้องนอนไป ผมตามเขาออกไป กฤษณ์นั่งใส่รองเท้าผ้าใบอยุ่หน้าประตูบ้าน
“นี่....ถ้าฉันหายไปล่ะ?” อะไรก็ไม่รู้ดลใจให้ผมพูดออกไปแบบนั้น กฤษณ์หยุดการผุกเชือกรองเท้า เขาหันมามองหน้าผมสักพักก่อนจะหันกลับไปผุกเชือกรองเท้าอีกครั้ง กฤษณ์ยืนขึ้น หยิบกระเป๋านักเรียนสีดำ
“ก็ดี...ฉันรำคาญนายจะแย่!”
แล้วเขาก็ก้าวออกไปจากห้อง พร้อมกับสร้างแผลให้ไว้ผมเสียเหวอะ.... ความจริงผมก็น่าจะรู้นะ... ว่ามันเป็นไปไม่ได้เลย....
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
วันนี้อาจารย์ไม่ได้สอนอะไรมาก ผมจึงกลับเร็วเป็นปรกติ วันนี้มีรายการที่ผมชอบ และเจ้าผีน่ารำคาญนั่นก็ชอบเช่นกัน เวลาเจ้านั่นดูมักจะหัวเราะเอิ๊กอ๊าก เหมือนเด็ก ความจริงถ้าเจ้านั่นอยู่นิ่งๆไม่สร้างปัญหาก็น่าคบอยู่หรอก
ผมไขกุญแจประตูห้อง ถอดเสื้อโค้ดพาดไว้ที่โซฟา ผมเดินเข้าไปในห้องครัว แล้วหยิบขนมกับน้ำแป็ปซี่มาวางไว้บนโต๊ะเล็กหน้าโซฟา... อีกเดี๋ยวเจ้าตัวยุ่งก็จะมานั่งดูข้างๆผม แล้วส่งเสียงน่ารำคาญข้างๆหู....
ความจริงมันก็ไม่น่ารำคาญซักเท่าไร ตรงกันข้าม มันกลับทำให้ผมรู้สึกอยากกลับบ้านมากขึ้น... ผมมองเพดานห้องที่ผมชอบมองมันประจำ... ตอนนี้มันดูมีชีวิตชีวามากขึ้น.... ทำไมนะ....
ผมนั่งดูรายการนี้ จนจบ.... ตอนนี้ ทุ่มนึงแล้ว.... ผมรู้สึกว่ามันเงียบแปลกๆ ไม่รู้ว่าเจ้านั่นหายไปไหน? ปรกติถ้าไม่มานั่งข้างๆก็ต้องนั่งข้างโซฟา.... ผมมองไปที่ข้างๆโซฟา.... หวังจะให้มีใครอยู่ที่ตรงนั้น...
ไม่มี?..... หายไปไหน.....
ออริ ฟิค10 นาที หลังจากเหตุการณ์เมื่อกี้สงบลง
ผมและกฤษณ์นั่งอยุ่บนโซฟาสีน้ำเงินในห้องนั่งเล่น กฤษดาไม่พูดอะไรซักคำ.... เขาเอาแต่กระดกน้ำ ขวดแล้วขวดเล่า จะตอนนี้เลยไปแล้ว 4 ขวดใหญ่ ผมลอบมองเขาอย่างกล้าๆกลัวๆ
“นายมีอะไรจะเล่าไหม?”
กฤษณ์เป็นคนทำลายความเงียบ.... แต่ผมก็ไม่รู้จะพุดอย่างไรดี... ผมนั่งอยู่ในห้องของเขา กลิ่นของเขาลอยคละคลุ้งชวนให้ผมเคลิ้ม ผมนั่งเหม่อลอยอยู่สักพักก่อนที่เขาจะตะเพิดผมเสียงดัง
“ถ้าไม่มีอะไรก้ออกไปซะ....นายกำลังทำให้ฉันโรคจิต...ไปสุ่สุคติซะสิ!นายเป็นผีนะ!”
เขาตวาดใส่ผมเสียงดังทะลึ่งพรวดขึ้นยืนแล้วชี้ไปทางประตู.... ผมส่ายหน้าแรงๆ
“เล่าแล้วเล่า!!”
เขาลงนั่งที่โซฟาในท่าที่สบายอีกครั้ง เขาจ้องหน้าผมไม่วางตา... ให้ตายเถอะ.... ผมอยากจะบ้า... นี่มันบ้าชัดๆ!
“ฉันยังไม่หมดห่วง....ฉันเลยต้องเป็นแบบนี้...”ผมพูด เขาส่ายหน้ากับคำตอบของผม ดูเหมือนมันจะไม่ค่อยถุกใจเขาเท่าไรเลย....
“แล้วไง?.....ห่วงของนายคืออะไร....”
เขาซักผม จะให้ผมพูดหรอ?..... ว่าผมรักเขาและอยากให้เขาพูดว่ารักผม แล้วผมก็จะไปสุ่สุคติน่ะ.... ผมพูดได้ใช่ไหมเนี่ย..... พุดไปแล้วผมจะกลายเป็นผุ้ขนุนรึเปล่า!
“คะ....คือ.....ว่า...”
“ถ้ายังอ้ำอึ้งอยู่....ก็ไม่ต้องพูดแล้ว....ออกไปซะ!”กฤษณ์ยื่นคำขาด.... ผมก้มหน้าลง แล้วกัดริมฝีปากของตนเอง.... ไม่มีทางเลือกแล้วสินะ.....
“ห่วงของฉันคือ....ฉันรักนาย...แล้วฉันก็อยากให้นายรักฉันบ้างน่ะ”
“ห่วงของฉันคือ....ฉันรักนาย...แล้วฉันก็อยากให้นายรักฉันบ้างน่ะ” เหตุผลง่ายๆ ของผีเร่ร่อนที่มีมนุษสัมพันและความน่ารำคาญมากเกินไป ทำให้เขามาอยู่เป็นผีเฝ้าบ้านผมโดยปริยาย.....
ถ้าลองย้อนกลับไปเมื่อ 3 ชั่วโมงก่อน.....
“เพราะงั้น....นายต้องรักฉันนะ...ขอร้อง.....”
“ไม่!”
“พุดโกหกก็ได้.....”
“ไม่!!”
“ขอร้อง....”
“ไม่มีทาง!”
“งั้นฉันก็จะอยู่ที่นี้ตรงนี้จนกว่าจะหายไปนี่ล่ะ!”
“กฤษณ์!!!!!!!!!!!!......นั่งเหม่ออะไร???” ผมเรียกกกฤษณ์เสียงดัง... เขานั่งเหม่อ... เมื่อ3ชั่วโมงก่อนผมก็ถือวิสสะขอเป็นผีเฝ้าบ้านให้เขาโดยปริยาย... ก็ผมไม่มีที่ไปแล้วนี่นา.....
“อะไร...” ดูเขาไม่คอ่ยจะพอใจเท่าไร... เป็นเพราะผมสินะ.... เขาก้คงจะรำคายผมนั่นล่ะ... แต่ทำไงได้....
“ทำไมฉันไม่เคยเห็นนายหัวเราะเลยล่ะ....”
“ใครจะไปเหมือนนาย...หัวเราะได้ทั้งวัน...”เขาสวนกลับเล่นเอาผมสะอึก ผมหัวเราะทั้งวันจริงๆงั้นหรอ?
ori ficความสุขของผมคือการได้เฝ้ามองเขาอยู่ห่างๆ... มองดูเขาทุกกิริยาบถ ไม่ว่าจะนั่ง นอน ยืน หรือแม้แต่เดิน... เขามักจะปั่นหน้าเย็นชาใส่ทุกคนตลอดเวลา... ไม่เว้นแม้แต่ผม...
ผมไม่เคยเข้าไปทัก พูดคุย หรือมองหน้าเขาหรอก... เพราะเขามักจะมองผมแปลกๆ.... ใช่... ใครๆก็ชอบหาว่าผมแปลก ใครที่ได้เข้าใกล้ผมมักจะยิ้มและหัวเราะเสมอๆ ดูเหมือนผมจะเป็นตัวตลกประจำห้องไปเสียแล้ว....
แต่ทำไมล่ะ....
ทั้งที่ใครๆที่เข้าใกล้ผมก็มีความสุขทุกคน....
ทำไมพระเจ้าถึงให้เวลาของผมน้อยกว่าคนอื่นล่ะ?....
แล้วทำไมถึงไม่ให้ผมมีเวลาอยู่มากพอ....
ที่จะบอกรักคนๆนั้น...
------------------------------------------------------------------------------------
“...สุดท้ายนี้...ครูอยากให้พวกเธอร่วมไว้อาลัยกับนายวินด้วยนะ” คุณครูสุดใจพูดด้วยน้ำเสียงเนือยๆ.... ถึงแม้ว่าผมกับคุณครุจะไม่ลงรอยซักเท่าไร แต่ครูก็มักจะหาเรื่องมาด่าผมเพราะเป็นห่วงเสมอ
ที่โต๊ะของผมถูกประดับประดาไว้ด้วยดอกไม้ที่ผมชอบ ‘ลาเวนเดอร์’ และพวงหรีดที่เขียนชื่อผมเอาไว้มากมาย มันมากพอที่จะทำให้นายแว่นเพื่อนสนิทผมจามทั้งวันเพราะเกสรดอกไม้ข้างๆมันเลยทีเดียว...
ผมเฝ้ามองความเป็นไปของทุกชีวิตในห้องเรียนแสนรักของผม ผมไม่สามารถเข้าไปสัมผัสมันอีกแล้ว ผมกลายเป็นเจ้าไม่มีศาล ผีเร่ร่อน สัมปะเวสี หรือ อะไรๆ ที่เขาใช้เรียกผีไม่มีที่อยู่กัน และผมก็ยังมองคนๆนั้นเช่นทุกวัน อะไรก็ไม่รู้ ก็ดลใจให้ผมเรียกชื่อของเขาออกไป....
“กฤษณ์!”
เขาสะดุ้งเฮือก แล้วหันมาทางผม ให้ตายเถอะ.... เขาได้ยินผม! พระเจ้า... ที่ผมยังไม่หมดห่วงเพราเขาใช่ไหม? เพราะพระเจ้าต้องการให้ผมบอกเขาไปในสภาพแบบนี้ใช่ไหม?
“กฤษดา!...ตั้งใจเรียนหน่อยได้ไหม?” ครูสุดใจตะโกนลั่น ทำให้กฤษณ์จำใจต้องหันกลับไปทั้งที่ยังสงสัย
เห็นสินะ....
เห็นผมใช่ไหมกฤษณ์!
----------------------------------------------------------------------------------------------
ระหว่างทางกลับบ้าน.... ผมเฝ้าคิดถึงเรื่องเมื่อกลางวันทั้งวัน... ผมได้ยินคนเรียกชื่อผม! และเมื่อหันไป.... วิษณุกำลังทำหน้าตกใจที่เห็นผม... ให้ตายสิ... ผมควรจะตกใจมากกว่า... ผมเห็นผีนะ!
“แกร็ก”
ผมไขกุญแจห้องของผม ใช่แล้วผมอยู่คนเดียว ผมมองห้องที่ว่างเปล่า.... มันคือห้อง... มันไม่ใช่บ้านเลย... เพราะผมไม่เคยรู้สึกว่ามันคือบ้านสักนิด เพราะผมไม่เคยได้รับความอบอุ่นจากห้องๆนี้เลย....
ผมค่อยๆถอดเนคไท เสื้อนอก เสื้อเชิ้ตสีขาวข้างใน แล้วเหวี่ยงมันลงเครื่องซักผ้า ผมใส่บ็อกเซอร์ตัวเดียวเดินเข้าไปหยิบน้ำในครัวรินมันใส่แก้วแล้วกระดก..... กระดก.... คือสิ่งที่ผมคิดหลังจากรินน้ำลงแก้ว ถ้ามันไม่ติดตรงที่ว่า....
“โครม!”
ผมหยิบไม้เบสบอลคู่กายของผม พาดมันไว้ที่บ่า สูดหายใจลึกๆแล้วค่อยผ่อนมันออก ดุเหมือนผู้บุกรุกจะยังไม่รู้ตัว... ผมค่อยๆเปิดประตุห้องแล้ว.....
“อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!”
“จ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!”
เสียงผมและผู้บุกรุกประสานกันเป็นเสียงเดียว.... วิษณุที่ตายแล้วนั่งอยู่ในชุดสีขาวกางเกงขาว กับพื้นพรมในห้องนอนผม เขาร้องเสียงหลงเมื่อเห็นผม.... และตอนนนี้เขาก็ยังไม่หยุดร้อง....
“ผมขอโทษ....ขอโทษ....อย่าทำอะไรผมเลย....”
มือเล็กๆของเขาปัดไปมา คนที่ร้องน่ะควรจะเป็นผมมากกว่า! พระเจ้า! ให้มันได้อย่างนี้สิ! ผีขอชีวิตจากผม... ผีวิษณุผู้มากสังคมกำลังร้องขอชีวิตผม!!!
May 13 [Short-Fic] min/jae 2 [หลังจากค่ำคืนนั้น....]====================================== แจจุง มองคนที่นอนอยุ่ที่เตียงนอน... ให้ตายเถอะ คนบ้าอะไรขี้เซาชะมัด... ขนาดเขาอาบน้ำแต่งตัวมาเสร็จเรียบร้อยแล้ว คนที่นอน ‘กอด’ เขาเมื่อคืนยังไม่ทีท่าว่าตื่นเสียที.... แจจุงนั่งที่ปลายเตียงแล้วกระชากผ้าห่มจากตัวชางมินทันใด.... แม้ร่างสูงงัวเงีย แต่ก็ลืมตาตื่นขึ้นมา.... คนน่ารักที่อยุ่ข้างหน้าเขากำลังงอนตุ๊บป่อง เร็วเท่าความคิดแจจุงก็คว้าหมอนข้างๆกายมาแล้วฟาดใส่หน้า “น้องชาย(ที่รัก)” ของเขาอย่างไม่ยั้ง ชางมินจึงได้แต่ใช้มือหน้าของเขาปัดป้อง.... เนื่องจากทำอะไรไม่ได้เลย “ฉันเรียกจนเสียงแหบเสียงแห้งแล้วนะชางมิน” ร่างบางตัดพ้อ โดยที่ไม่รู้เลยว่าการกระทำน่ารักๆแบบนี้ จะทำให้คนบางคนอารมณ์ขึ้น! เมือ่ได้จังหวะชางมินก็คว้าแขนเล็กๆของ “พี่ชาย(ที่รัก)” ของเขา แล้วใช้แรงทั้งหมดกดแจจุงลงกับเตียงใหญ่ แจจุงตะลึงค้างตาโต มันจะมากไปแล้วนะ.... เมื่อคืนยังไม่พออีกรึไงกัน..... นี่กะจะไม่ให้เดินเลยใช่ไหม?...... ชางมินค่อยๆเลื่อนไปหน้าของเขาเข้ามาใกล้ๆ ใกล้ๆ...... “หยุดนะ!” แจจุงร้องลั่น มือเล็กๆของร่างบางปิดปากร่างสูงไว้ได้ทันท่วงที “ทำไมล่ะครับ... ขอ มอร์นิ่งคิส....ซักทีให้มันชื่นใจก่อนไม่ได้หรอ?....” ชางมินถามสีหน้าเจ้าเล่ห์ เอาเข้าไป... ได้คืบเอาศอก “ไมได้นะ...ชางมินต้องไปอาบน้ำก่อน....” พูดจบแจจุงก็ผลักชางมินให้พ้นทาง ใบหน้าแดงๆของแจจุงทำให้คนบนเตีนยงยิ้มไม่หุบ มือหนากระชากร่างบางนุ่มนิ่มเข้าสุ่อ้อมกอด ชางมินวางคางลงบนไหล่ของแจจุงแล้วคลึงไปมา กลับกันที่ว่า ร่างบางพยายามทุบอกร่างสูงแรงๆหลายต่อหลายครั้งเพื่อดิ้นรนที่จะออกไปจากอ้อมแขนนี้..... “ทำไมล่ะ....?” ชางมินถามด้วยสีหน้าไม่เข้าใจ.... หรือที่แจจุงสมยอมเขาเมื่อคืนนี้จะเป็นเพียงแค่ฝัน.... ฝันดี... หรือว่า เพราะฤทธิ์เหล้า.... อย่างไรเขาก้ไม่ได้มีความสำคัญเท่าคนๆนั้นเลยใช่ไหม...... คำถามต่างๆนานา วนเวียนอยู่ในจิตใจของชางมินซ้ำแล้วซ้ำเล่า ใบหน้าเจ็บปวดถูกแสดงให้ร่างบางเห็น.... “ชางมิน.....ออกมาเถอะ....” “ฉันแค่คิดว่าฉันควรจะหันมามองนายบ้าง....รักนายให้เท่ากับที่นายรักฉันบ้าง....ฉันทำแบบนั้นได้ไหมชางมิน..... นายจะช่วยปลอบฉันและให้ความรักเต้มเปี่ยมนั่นกับฉันใช่ไหม?”
และเขาก็ตระหนักได้ว่า... จะต้องอ่อนโยนที่สุด.... ชางมินค่อยๆก้มลงรับสิ่งนั้นเข้าไปในปากอย่างไม่รังเกียจ... มันทำเอาสติของแจจุงเลื่อนลอย... ความสุขสมผสมปนเปกันไปหมด ในหัวมันว่างเปล่า... ราวกับรอรับรู้กับความสุขตรงหน้าอย่างเดียว แจจุงจับศีรษะของร่างสูงให้แนบชิดยิ่งขึ้น และชางมินก็ปรนนิบัติเขาดีซะเหลือเกิน แจจุงถามเสียงหวาน... นัยน์ตาช่ำเยิ้ม ชางมินส่ายหน้าทันควัน.... จะให้อยุ๋อย่างนี้ไปได้อย่างไร.... เขายังไม่อยากให้แจจุงเห้นเขาเป็นสัตว์ป่า..... |
There are no categories in use.
|
|||
|
|