!!ซานคุง!!'s profile||~ZAN~Kung~||PhotosBlogLists Tools Help

Blog


    June 08

    ออริ...

    ผมลุกขึ้นเดินวนรอบโซฟา  สงสัยจะเล่นซ่อนแอบ...  ริจะเป็นผีซ่อนแอบแล้วเรอะ....   ผมส่ายหน้าเบาๆให้กับตนเอง....  ผมล้มตัวลงนอนกับโซฟา...    อยู่ดีๆ คำพุดเมื่อเช้าของเจ้านั่นก็ผุดขึ้นมาในสมองของผม....

     

     

    นี่...ถ้าฉันหายไปล่ะ?  

               

                ก็ดี...ฉันรำคาญนายจะแย่!”

     

     

                คำตอบของผมเมื่อเช้าที่รีบตอบไปโดยไม่ได้คิดเลย ว่าผมอาจจะสร้างบาดแผลให้เจ้านั่น...  ผมรีบลุกขึ้นจากโซฟา  ไปหาเจ้านั่นที่ ห้องนอนของผม เผื่อว่าเจ้านั่นอาจจะงอนหรือน้อยใจ  จึงไม่ออกมาหาผม แต่มันว่างเปล่า....  

     

                    ทุกๆห้องในบ้านผมถูกรื้อค้นเละเทะ.....   แต่ก็ไม่เจอ....  เจ้านั่นหายไปไหน?  หรือว่า....   ไม่อยากจะคิดเลย....     ผมทรุดตัวลงนั่งที่โซฟาที่เดิม....   ห้องนี้กลับมาเงียบเหงาอีกแล้ว....    ผมมองไปที่ๆเจ้านั่นเคยนั่งแล้วหวังว่ามันเป็นแค่ความฝัน...  ประเดี๋ยวก็กลับมา... 

     

     

                    รออยุ่นานจนผมหลับๆตื่นๆไปหลายรอบ....    ผมตัดสินใจลุกขึ้นหาเจ้านั่นอีกครั้ง....   กระวนกระวายเหลือเกิน...   ผมกลับไปอยู่แบบเดิมคนเดียวไม่ได้อีกแล้วใช่ไหม?....   การอยู่คนเดียวตอนนี้มันช่างแตกต่างจากเมือ่ก่อนเหลือเกิน....  

     

     

                    ออกมาซิ....ออกมา....ฉันอยู่คนเดียวไม่ได้อีกแล้ว.....เพราะนาย....

     

                    ผมตะโกนลั่น....   สิ่งที่คาดหวังไม่เป็นผล...   หายไปหรอ?..... แม้แต่คำลาก็ไม่มีงั้นหรอ?     เหมือนก้อนอะไรก็ไม่รู้มราจุกอยุ่ที่ลำคอของผม....   ผมพยายามกลืนมันลงไปแรงๆ....   นายทำให้ฉันเหมือนเป็นคนอ่อนแอ....  ฉันอยู่คนเดียวไม่ได้แล้ว.....

     

     

                    กฤษณ์....ได้ยินไหม?

     

     

                    เสียงแผ่วบาเสียงหนึ่งปลุกให้ผมตื่นจากภวังค์....    วิน...   ร่างของเขาจางลงไปจากวันแรกๆมาก...   จางจนน่ากลัว...

     

     

                    ทำไม?....

     

                    ไม่รู้สิ...สงสัยจะต้องไปทั้งๆที่ยังไม่หมดห่วงล่ะมั้ง?

     

     

                    วินหันมาส่งยิ้มบางให้ผม...   เขามองมือของเขาที่จางจนแทบจะมองทะลุผ่านไปได้แล้ว....  

     

     

                    ฉันนึกว่านายจะหายไปแล้ว....

     

                    ดีออก....นายจะได้กลับไปอยู่แบบสงบสุขสักทีไง

     

                    ฉันอยู่คนเดียวไม่ได้แล้ว.....

     

     

                    ผมตัดสินใจพูดออกไป....   น้ำใสๆเริ่มไหลออกจากตาของวิน...  

     

                    ต้องได้สิ...ต้องได้...รอฉันนะ...

     

                    ผมไม่พูดอะไร  ร่างของวินค่อยๆจางหายไป  ก้อนแข็งในลำคอพี่ผมพยายามกลืนมันลงไปจุกขึ้นมาอีกแล้ว...  ผมไม่สามารถต้านมันไหว...   ขอบตาของผมร้อนผ่าว....   เมื่อนึกถึงเวลาที่ต้องกลับไปอ้างว้างเช่นเดิม...

     

     

                    รอ?.....เมือ่ไรกันล่ะ...ฉันจะต้องอยู่คนเดียวอีกแล้วหรอ....

     

     

                    ผมรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเด็กเล็กๆ.... ผมตั้งคำถามออกไป....   มือจางๆของเขาทำท่ากุมมือผมไว้...  เขากำลังจะไปที่ไกลแสนไกล....

     

     

                    ลองโกหกว่า....รัก...ฉันได้ไหม?....

                   

                    ...........

     

     

                    ไม่เป็นไร....งั้นหลับตาสิ.....

     

     

                    ผมหลับตาตามที่เขาบอก...  

     

                    ฉันรักนาย... รอฉันนะ...แล้วฉันจะมาเกิดเป็นผู้หญิง....

     

     

                   

                    สายลมแผ่วเบาพัดเข้าที่ใบหน้าของผม....    ผมลืมตาขึ้นมา....   ก็ต้องพบกับความว่างเปล่าอีกครั้ง...  ผมหัวเราะให้ตัวเอง.... ผมมันบ้า....   ไม่มีเจ้านั่น... ผมจะหัวเราะได้อย่างไร.....

     

     

                    อือ...แล้วจะรอ....

     

     

                    แล้วเสียงหัวเราะแสนเศร้าก็หยุดลง....  พร้อมสายลมที่พัดผ่าน   หอบพาบางอย่างที่ทำให้ใครบางคนแทบคลั่ง....   

     

     

                    จะรอ....จนกว่าจะถึงวันสุดท้าย....

     

    -------------------------------------------------------------------------------------------------------

     

    เน่าดีแท้นะเจ๊....   หวังว่าคราวนี้จะได้รับเมล์สักทีนะครับ- -  

     

    ปล.สั้นที่สุดที่เคยแต่งมาแล้ว ย้ำว่านี่คือเรื่องสั้น!!

     

     

    ออริ ฟิค2

    ฉันถามจริงๆ...ช่วยตอบให้ตรงหน่อยได้ไหม?

     

                   

    กฤษณ์เหลือบมองหน้าผม ก่อนจะเปลี่ยนท่านั่ง...  ผมพยักเพยิดหน้า   ต้องการจะให้เขาเล่าให้ฟัง... ก้ผมไม่เคยเห็นเขาหัวเราะเลยนี่นา....

     

     

    ฉันไม่ชอบสุงสิงกับใคร....เบื่อ....

     

     

    นี่ก็คือสาเหตุที่นายไปกินข้าวคนเดียวและไม่มีเพื่อนหรอ?

     

     

    อืม....

     

     

    ผมจ้องหน้าเขา.....   จ้องลึกเข้าไปในตาของเขา...   ถึงแม้ว่าดวงตาของเขาจะดูแข็งกร้าว ดุดัน....  แต่แววตาของเขาแทบไม่เป็นแบบนั้นเลย...  เขาต้องเหงามากๆแน่

     

    แล้วไม่เหงาหรอ?

     

    ผมถามเขา.... เขาจ้องหน้าผมไม่พอใจ...  มันแทงใจดำใช่ไหมล่ะ?....     เขาลุกออกจากโซฟาแล้วเดินเข้าห้องน้ำโดยที่ไม่เอ่ยอะไรออกมาเลย 

     

     

     

     

    7วันผ่านไป สิ่งที่ผมแน่ใจมันก็ไม่ได้ทำให้ผมรุ้สึกดีขึ้นสักนิด....   เจ้าผีบ้านั่นนับวันยิ่งน่ารำคาญ....  ทั้งที่ชีวิตผมอยุ่คนเดียวมาตลอดแท้ๆ  ทำไมต้องมาทำให้ชีวิตผมปั่นป่วนด้วยนะ....   7 วันมานี้ผมแทบจะไม่ได้อยู่อย่างเงียบงบเลยด้วยซ้ำ เพราะเสียงเจื้อยแจ้วข้างๆหูผมนี่ล่ะ

     

     

    รุ้ไหมตอนนั้นฉันน่ะนะตกใจมากเลยที่....

     

    พอได้แล้ว.....รำคาญ!” ผมตวาดใส่คนตัวเล็กข้างๆ   วิษณุก้มหน้ารับผิด  พร้อมกับผมที่ยังอ่านหนังสือต่อไป....

     

     

    ผมนั่งอ่านหนังสืออยู่ได้ซักพัก ก็ได้ยินเสียงงึมงำจากวิน....  ผมเงี่ยหูฟังเสียงงึมงำนั่นเพราะมันกำลังจะทำให้ความอดทนของผมถึงขีดสุด  ฟังจากเสียงงึมงำก็พอจจะจับความได้ว่า....ผมเป็นคนใจร้าย...

     

     

                    ฉันจะไปนอนแล้ว....

     

                   

    ผมถอดแว่นออกแล้วลุกขึ้นจากโซฟา  วินลุกขึ้นตามผมทันที

     

     

    ไปนอนด้วยสิ....      

     

    ผีน่ะไม่จำเป็นต้องนอนหรอก.....

     

     

                   

     

     

                    กฤษณ์....กฤษณ์!!!!!!!..... กฤษณ์เช้าแล้ว....

     

     

                    เช้าวันนี้มก็ยังคงทำหน้าที่เป็นผีเฝ้าบ้านที่ดีตามเคย  กฤษณ์ก็ยังนอนขี้เซาเช่นทุกวันที่ผ่านมา   ผมพยายามหาวิธีปลุกแปลกๆมาปลุกเขา... แต่มันไม่ได้ผลซักวิธี จนเมื่อวาน.... ผมก้ค้นพบวิธีการปลุกเขาขึ้นมาจากนิทราได้อย่างสงบและ...  เยือกเย็น?

     

     

                    ถ้าไม่ตื่น....มีจูบนะ!”แล้วผมก้ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ ขณะเดียวกันกับที่กฤษณ์ลืมตาตื่นขึ้นมา....

     

                    ย๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!....

                   

                    ได้ผลแฮะ....  ผมพึมพำกับตัวเองขณะที่กฤษณ์เดินเข้าห้องน้ำสักพักก็ออกมาพร้อมใบหน้าที่ ดูไม่ค่อยดีเท่าไรในสายตาผมน่ะนะ....

     

     

                    ไม่สบายหรอ? ผมถามเขา  กฤษณ์ส่ายหน้า....  7วันมานี่ทำให้ผมได้รู้ว่าเขาเป็นคนปากแข็งหน้าดู 

     

                    ก้หน้านายซีดนี่....กฤษณ์ไม่เอ่ยอะไร  เขาหยิบโค้ดแล้วก้าวออกจากห้องนอนไป  ผมตามเขาออกไป กฤษณ์นั่งใส่รองเท้าผ้าใบอยุ่หน้าประตูบ้าน

     

     

                    นี่....ถ้าฉันหายไปล่ะ?อะไรก็ไม่รู้ดลใจให้ผมพูดออกไปแบบนั้น  กฤษณ์หยุดการผุกเชือกรองเท้า เขาหันมามองหน้าผมสักพักก่อนจะหันกลับไปผุกเชือกรองเท้าอีกครั้ง  กฤษณ์ยืนขึ้น  หยิบกระเป๋านักเรียนสีดำ

     

     

                    ก็ดี...ฉันรำคาญนายจะแย่!”

     

                   

                    แล้วเขาก็ก้าวออกไปจากห้อง  พร้อมกับสร้างแผลให้ไว้ผมเสียเหวอะ.... ความจริงผมก็น่าจะรู้นะ...  ว่ามันเป็นไปไม่ได้เลย....

     

     

     

                    --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

     

     

                    วันนี้อาจารย์ไม่ได้สอนอะไรมาก  ผมจึงกลับเร็วเป็นปรกติ  วันนี้มีรายการที่ผมชอบ และเจ้าผีน่ารำคาญนั่นก็ชอบเช่นกัน  เวลาเจ้านั่นดูมักจะหัวเราะเอิ๊กอ๊าก เหมือนเด็ก  ความจริงถ้าเจ้านั่นอยู่นิ่งๆไม่สร้างปัญหาก็น่าคบอยู่หรอก 

     

     

                    ผมไขกุญแจประตูห้อง  ถอดเสื้อโค้ดพาดไว้ที่โซฟา  ผมเดินเข้าไปในห้องครัว  แล้วหยิบขนมกับน้ำแป็ปซี่มาวางไว้บนโต๊ะเล็กหน้าโซฟา...  อีกเดี๋ยวเจ้าตัวยุ่งก็จะมานั่งดูข้างๆผม แล้วส่งเสียงน่ารำคาญข้างๆหู.... 

     

     

                    ความจริงมันก็ไม่น่ารำคาญซักเท่าไร  ตรงกันข้าม มันกลับทำให้ผมรู้สึกอยากกลับบ้านมากขึ้น...    ผมมองเพดานห้องที่ผมชอบมองมันประจำ...    ตอนนี้มันดูมีชีวิตชีวามากขึ้น....   ทำไมนะ.... 

     

     

                    ผมนั่งดูรายการนี้ จนจบ....    ตอนนี้ ทุ่มนึงแล้ว....  ผมรู้สึกว่ามันเงียบแปลกๆ    ไม่รู้ว่าเจ้านั่นหายไปไหน?  ปรกติถ้าไม่มานั่งข้างๆก็ต้องนั่งข้างโซฟา....   ผมมองไปที่ข้างๆโซฟา.... หวังจะให้มีใครอยู่ที่ตรงนั้น...  

     

     

    ไม่มี?.....

    หายไปไหน.....

     

     

    ออริ ฟิค

    10 นาที หลังจากเหตุการณ์เมื่อกี้สงบลง

     

    ผมและกฤษณ์นั่งอยุ่บนโซฟาสีน้ำเงินในห้องนั่งเล่น    กฤษดาไม่พูดอะไรซักคำ....  เขาเอาแต่กระดกน้ำ ขวดแล้วขวดเล่า จะตอนนี้เลยไปแล้ว 4 ขวดใหญ่  ผมลอบมองเขาอย่างกล้าๆกลัวๆ  

     

     

    นายมีอะไรจะเล่าไหม?

     

     

    กฤษณ์เป็นคนทำลายความเงียบ....   แต่ผมก็ไม่รู้จะพุดอย่างไรดี... ผมนั่งอยู่ในห้องของเขา  กลิ่นของเขาลอยคละคลุ้งชวนให้ผมเคลิ้ม  ผมนั่งเหม่อลอยอยู่สักพักก่อนที่เขาจะตะเพิดผมเสียงดัง

     

     

    ถ้าไม่มีอะไรก้ออกไปซะ....นายกำลังทำให้ฉันโรคจิต...ไปสุ่สุคติซะสิ!นายเป็นผีนะ!”

     

     

    เขาตวาดใส่ผมเสียงดังทะลึ่งพรวดขึ้นยืนแล้วชี้ไปทางประตู....   ผมส่ายหน้าแรงๆ

     

     

    เล่าแล้วเล่า!!”

     

     

    เขาลงนั่งที่โซฟาในท่าที่สบายอีกครั้ง   เขาจ้องหน้าผมไม่วางตา... ให้ตายเถอะ....  ผมอยากจะบ้า... นี่มันบ้าชัดๆ! 

     

     

     

    ฉันยังไม่หมดห่วง....ฉันเลยต้องเป็นแบบนี้...ผมพูด  เขาส่ายหน้ากับคำตอบของผม  ดูเหมือนมันจะไม่ค่อยถุกใจเขาเท่าไรเลย....

     

     

                    แล้วไง?.....ห่วงของนายคืออะไร....

     

     

                    เขาซักผม  จะให้ผมพูดหรอ?..... ว่าผมรักเขาและอยากให้เขาพูดว่ารักผม แล้วผมก็จะไปสุ่สุคติน่ะ....  ผมพูดได้ใช่ไหมเนี่ย.....  พุดไปแล้วผมจะกลายเป็นผุ้ขนุนรึเปล่า!

     

     

     

                    คะ....คือ.....ว่า...

     

                    ถ้ายังอ้ำอึ้งอยู่....ก็ไม่ต้องพูดแล้ว....ออกไปซะ!”กฤษณ์ยื่นคำขาด....  ผมก้มหน้าลง แล้วกัดริมฝีปากของตนเอง....   ไม่มีทางเลือกแล้วสินะ.....

     

     

     

                    ห่วงของฉันคือ....ฉันรักนาย...แล้วฉันก็อยากให้นายรักฉันบ้างน่ะ

     

     

     

     

     

                   

     

     

                    ห่วงของฉันคือ....ฉันรักนาย...แล้วฉันก็อยากให้นายรักฉันบ้างน่ะเหตุผลง่ายๆ  ของผีเร่ร่อนที่มีมนุษสัมพันและความน่ารำคาญมากเกินไป  ทำให้เขามาอยู่เป็นผีเฝ้าบ้านผมโดยปริยาย.....

     

     

                    ถ้าลองย้อนกลับไปเมื่อ 3 ชั่วโมงก่อน.....

     

     

                    เพราะงั้น....นายต้องรักฉันนะ...ขอร้อง.....

     

                    ไม่!”

     

                    พุดโกหกก็ได้.....

     

                    ไม่!!”

     

                    ขอร้อง....

     

                    ไม่มีทาง!”

     

                    งั้นฉันก็จะอยู่ที่นี้ตรงนี้จนกว่าจะหายไปนี่ล่ะ!”

     

     

     

     

     

                    กฤษณ์!!!!!!!!!!!!......นั่งเหม่ออะไร???  ผมเรียกกกฤษณ์เสียงดัง...  เขานั่งเหม่อ...  เมื่อ3ชั่วโมงก่อนผมก็ถือวิสสะขอเป็นผีเฝ้าบ้านให้เขาโดยปริยาย... ก็ผมไม่มีที่ไปแล้วนี่นา.....

     

     

     

              อะไร... ดูเขาไม่คอ่ยจะพอใจเท่าไร... เป็นเพราะผมสินะ....   เขาก้คงจะรำคายผมนั่นล่ะ... แต่ทำไงได้....

     

     

                    ทำไมฉันไม่เคยเห็นนายหัวเราะเลยล่ะ....

     

     

                    ใครจะไปเหมือนนาย...หัวเราะได้ทั้งวัน...เขาสวนกลับเล่นเอาผมสะอึก  ผมหัวเราะทั้งวันจริงๆงั้นหรอ?

     

    ori fic

                    ความสุขของผมคือการได้เฝ้ามองเขาอยู่ห่างๆ...   มองดูเขาทุกกิริยาบถ  ไม่ว่าจะนั่ง นอน ยืน หรือแม้แต่เดิน...   เขามักจะปั่นหน้าเย็นชาใส่ทุกคนตลอดเวลา... ไม่เว้นแม้แต่ผม...

     

     

                    ผมไม่เคยเข้าไปทัก พูดคุย  หรือมองหน้าเขาหรอก...  เพราะเขามักจะมองผมแปลกๆ....  ใช่...  ใครๆก็ชอบหาว่าผมแปลก ใครที่ได้เข้าใกล้ผมมักจะยิ้มและหัวเราะเสมอๆ  ดูเหมือนผมจะเป็นตัวตลกประจำห้องไปเสียแล้ว....

     

     

                    แต่ทำไมล่ะ....

     

                    ทั้งที่ใครๆที่เข้าใกล้ผมก็มีความสุขทุกคน....

     

                    ทำไมพระเจ้าถึงให้เวลาของผมน้อยกว่าคนอื่นล่ะ?....

                   

                    แล้วทำไมถึงไม่ให้ผมมีเวลาอยู่มากพอ....

     

                    ที่จะบอกรักคนๆนั้น...

     

                    ------------------------------------------------------------------------------------

     

     

    ...สุดท้ายนี้...ครูอยากให้พวกเธอร่วมไว้อาลัยกับนายวินด้วยนะ  คุณครูสุดใจพูดด้วยน้ำเสียงเนือยๆ....  ถึงแม้ว่าผมกับคุณครุจะไม่ลงรอยซักเท่าไร แต่ครูก็มักจะหาเรื่องมาด่าผมเพราะเป็นห่วงเสมอ

     

     

                    ที่โต๊ะของผมถูกประดับประดาไว้ด้วยดอกไม้ที่ผมชอบ ลาเวนเดอร์และพวงหรีดที่เขียนชื่อผมเอาไว้มากมาย  มันมากพอที่จะทำให้นายแว่นเพื่อนสนิทผมจามทั้งวันเพราะเกสรดอกไม้ข้างๆมันเลยทีเดียว... 

     

     

                    ผมเฝ้ามองความเป็นไปของทุกชีวิตในห้องเรียนแสนรักของผม  ผมไม่สามารถเข้าไปสัมผัสมันอีกแล้ว ผมกลายเป็นเจ้าไม่มีศาล ผีเร่ร่อน สัมปะเวสี หรือ อะไรๆ ที่เขาใช้เรียกผีไม่มีที่อยู่กัน  และผมก็ยังมองคนๆนั้นเช่นทุกวัน  อะไรก็ไม่รู้ ก็ดลใจให้ผมเรียกชื่อของเขาออกไป....

     

     

                    กฤษณ์!”

     

     

                    เขาสะดุ้งเฮือก  แล้วหันมาทางผม  ให้ตายเถอะ.... เขาได้ยินผม! พระเจ้า...  ที่ผมยังไม่หมดห่วงเพราเขาใช่ไหม?  เพราะพระเจ้าต้องการให้ผมบอกเขาไปในสภาพแบบนี้ใช่ไหม?

     

     

                    กฤษดา!...ตั้งใจเรียนหน่อยได้ไหม? ครูสุดใจตะโกนลั่น  ทำให้กฤษณ์จำใจต้องหันกลับไปทั้งที่ยังสงสัย

     

     

                    เห็นสินะ....

     

                    เห็นผมใช่ไหมกฤษณ์!

     

     

     

                   

                    ----------------------------------------------------------------------------------------------

     

     

     

                    ระหว่างทางกลับบ้าน....   ผมเฝ้าคิดถึงเรื่องเมื่อกลางวันทั้งวัน...  ผมได้ยินคนเรียกชื่อผม!  และเมื่อหันไป....   วิษณุกำลังทำหน้าตกใจที่เห็นผม... ให้ตายสิ... ผมควรจะตกใจมากกว่า... ผมเห็นผีนะ!

     

     

                    แกร็ก

     

     

                    ผมไขกุญแจห้องของผม  ใช่แล้วผมอยู่คนเดียว  ผมมองห้องที่ว่างเปล่า....  มันคือห้อง... มันไม่ใช่บ้านเลย...  เพราะผมไม่เคยรู้สึกว่ามันคือบ้านสักนิด  เพราะผมไม่เคยได้รับความอบอุ่นจากห้องๆนี้เลย....

     

     

                 ผมค่อยๆถอดเนคไท เสื้อนอก เสื้อเชิ้ตสีขาวข้างใน แล้วเหวี่ยงมันลงเครื่องซักผ้า  ผมใส่บ็อกเซอร์ตัวเดียวเดินเข้าไปหยิบน้ำในครัวรินมันใส่แก้วแล้วกระดก.....   กระดก....  คือสิ่งที่ผมคิดหลังจากรินน้ำลงแก้ว ถ้ามันไม่ติดตรงที่ว่า....

     

     

                โครม!”

     

     

     

                    ผมหยิบไม้เบสบอลคู่กายของผม พาดมันไว้ที่บ่า สูดหายใจลึกๆแล้วค่อยผ่อนมันออก ดุเหมือนผู้บุกรุกจะยังไม่รู้ตัว...   ผมค่อยๆเปิดประตุห้องแล้ว.....

     

     

                    อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!”

     

                    จ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!”

     

     

                    เสียงผมและผู้บุกรุกประสานกันเป็นเสียงเดียว....     วิษณุที่ตายแล้วนั่งอยู่ในชุดสีขาวกางเกงขาว กับพื้นพรมในห้องนอนผม  เขาร้องเสียงหลงเมื่อเห็นผม.... และตอนนนี้เขาก็ยังไม่หยุดร้อง.... 

     

     

                    ผมขอโทษ....ขอโทษ....อย่าทำอะไรผมเลย....

     

     

                    มือเล็กๆของเขาปัดไปมา  คนที่ร้องน่ะควรจะเป็นผมมากกว่า!  พระเจ้า! ให้มันได้อย่างนี้สิ!  ผีขอชีวิตจากผม...  ผีวิษณุผู้มากสังคมกำลังร้องขอชีวิตผม!!!

     

     

     

    May 13

    [Short-Fic] min/jae 2 [หลังจากค่ำคืนนั้น....]

    ======================================



    แจจุง มองคนที่นอนอยุ่ที่เตียงนอน... ให้ตายเถอะ คนบ้าอะไรขี้เซาชะมัด... ขนาดเขาอาบน้ำแต่งตัวมาเสร็จเรียบร้อยแล้ว คนที่นอน ‘กอด’ เขาเมื่อคืนยังไม่ทีท่าว่าตื่นเสียที.... แจจุงนั่งที่ปลายเตียงแล้วกระชากผ้าห่มจากตัวชางมินทันใด....


    แม้ร่างสูงงัวเงีย แต่ก็ลืมตาตื่นขึ้นมา.... คนน่ารักที่อยุ่ข้างหน้าเขากำลังงอนตุ๊บป่อง เร็วเท่าความคิดแจจุงก็คว้าหมอนข้างๆกายมาแล้วฟาดใส่หน้า “น้องชาย(ที่รัก)” ของเขาอย่างไม่ยั้ง ชางมินจึงได้แต่ใช้มือหน้าของเขาปัดป้อง.... เนื่องจากทำอะไรไม่ได้เลย


    “ฉันเรียกจนเสียงแหบเสียงแห้งแล้วนะชางมิน”


    ร่างบางตัดพ้อ โดยที่ไม่รู้เลยว่าการกระทำน่ารักๆแบบนี้ จะทำให้คนบางคนอารมณ์ขึ้น! เมือ่ได้จังหวะชางมินก็คว้าแขนเล็กๆของ “พี่ชาย(ที่รัก)” ของเขา แล้วใช้แรงทั้งหมดกดแจจุงลงกับเตียงใหญ่



    แจจุงตะลึงค้างตาโต มันจะมากไปแล้วนะ.... เมื่อคืนยังไม่พออีกรึไงกัน..... นี่กะจะไม่ให้เดินเลยใช่ไหม?...... ชางมินค่อยๆเลื่อนไปหน้าของเขาเข้ามาใกล้ๆ ใกล้ๆ......


    “หยุดนะ!” แจจุงร้องลั่น มือเล็กๆของร่างบางปิดปากร่างสูงไว้ได้ทันท่วงที

    “ทำไมล่ะครับ... ขอ มอร์นิ่งคิส....ซักทีให้มันชื่นใจก่อนไม่ได้หรอ?....” ชางมินถามสีหน้าเจ้าเล่ห์ เอาเข้าไป... ได้คืบเอาศอก


    “ไมได้นะ...ชางมินต้องไปอาบน้ำก่อน....”

    พูดจบแจจุงก็ผลักชางมินให้พ้นทาง ใบหน้าแดงๆของแจจุงทำให้คนบนเตีนยงยิ้มไม่หุบ มือหนากระชากร่างบางนุ่มนิ่มเข้าสุ่อ้อมกอด ชางมินวางคางลงบนไหล่ของแจจุงแล้วคลึงไปมา กลับกันที่ว่า ร่างบางพยายามทุบอกร่างสูงแรงๆหลายต่อหลายครั้งเพื่อดิ้นรนที่จะออกไปจากอ้อมแขนนี้.....


    “ทำไมล่ะ....?”



    ชางมินถามด้วยสีหน้าไม่เข้าใจ.... หรือที่แจจุงสมยอมเขาเมื่อคืนนี้จะเป็นเพียงแค่ฝัน.... ฝันดี... หรือว่า เพราะฤทธิ์เหล้า.... อย่างไรเขาก้ไม่ได้มีความสำคัญเท่าคนๆนั้นเลยใช่ไหม...... คำถามต่างๆนานา วนเวียนอยู่ในจิตใจของชางมินซ้ำแล้วซ้ำเล่า ใบหน้าเจ็บปวดถูกแสดงให้ร่างบางเห็น....

    “ไปอาบน้ำก่อนสิ....ฉันจะซักผ้าปูที่นอน....”


    แจจุงไม่ตอบ ร่างบางเสไปเก็บผ้าปูที่นอนผืนใหญ่ เอามันออกมาจากที่นอน มันต้องซักอยู่แล้วก็ เมือ่คืน มันเปรอะเปรื้อนไปด้วย “น้ำรัก” ของเขาทั้งสองน่ะสิ.... ขณะเดียวกัน ชางมินก็เดินออกไปจากห้องเงียบๆ... จิตใจว้าวุ่นเหลือเกิน....


    หรือที่ได้มามีเพียงร่างกาย.....
    แต่ใจของแจจุงนั้น....ไม่ได้อยู่ที่เขาเลย....


    ครึ่งชั่วโมงต่อมา อาหารหลากหลายชนิดถูกจัดเรียงไว้ที่โต๊ะกินข้าวอย่างสวยงาม ถ้วย2ถ้วย ถูกตักข้าวสวยใส่เรียบร้อย พร้อมกิน สาเหตุที่มีแค่2 ถ้วยนั้นก้เป็นเพราะ เจ้า 3 ตัวนั่น ไปค้างที่บ้านโบอากันหมด จึงเหลือแค่เขาและชางมิน...


    สักพัก หลังจากตั้งโต๊ะอาหารเสร็จสรรพ ชางมินก็ลงบันไดมาพร้อมกับสีหน้าเฉยชา.... เขานั่งลงที่ฝั่นตรงข้ามกับแจจุง แล้วก้มห้าก้มตากินอาหารที่แจจุงทำ.... ทั้งที่ทุกครั้ง ก่อนเขาจะกินด้วยซ้ำ เขามักจะพุดว่า ‘อาหารที่ดีที่สุดในโลกคืออาหารที่พี่แจจุงทำ’


    แจจุงมองชางมินด้วยสีหน้าไม่เข้าใจ.... ทำไมกัน... หรือเมื่อเช้าเขาพุดอะไรผิดไปงั้นหรอ?.... เขาทำอะไรผิด ทำไมชางมินถึงต้องมาทำเย็นชาใส่เขาด้วย....


    และแล้วความเงียบก็เข้าปกคลุมห้องครัวอีกครั้ง ไม่กี่นาที ชางมินก็กินเสร็จ แล้วลุกออกไปเลย เท้าหนา กระแทกตลอดระหว่างทางเดิน ทำให้เกิดเสียงตึงตัง และนั่นทำให้แจจุงยิ่งไม่เข้าใจใหญ่ว่า ชางมินโกรธเขาเรื่องอะไรกัน....




    เมื่อมาถึงห้องนอน ชางมินก็ล้มตัวลงกับตียงใหญ่ ที่เขาไม่พอใจเป็นเพราะแจจุง.... เพราะเขาไม่เข้าใจในตัวแจจุง.... ไม่เข้าใจเลย.....


    “ชางมิน.....”

    “ชางมิน.....ออกมาเถอะ....”

    แจจุงเรียกชางมินจากนอกห้อง ร่างบางรุ้แต่ว่า ต้องเคลียร์กันให้ รู้เรื่องเท่านั้น.... เช่นเดียวกันกับที่ชางมินทนเสียงออดอ้อนไม่ไหว เขากระชากประตู ออก ส่งผลให้ร่สงเล็กเซถลาเข้าอ้อมกอดเขาโดยปริยาย.... ชางมินมองแจจุงด้วยสีหน้าเจ็บปวดเหลือทน....


    “ทำไมมองฉันแบบนั้น....ทำไมต้องเย็นชาใส่ฉัน.....” แจจุงถามเสียงเบาราวกับจะไม่มีเสียง มือเล็กๆลุบทั่วใบหน้ารามไปถึงคอหนาของชางมิน


    ชางมินแกะมือแจจุงออก แล้ววางแจจุงลงกับเตียง... ก่อนจะพุดอะไรบางอย่างที่ทำให้แจจุงสะอึก


    “เพราะผมไม่แน่ใจในตัวพี่เลย.... เมื่อคืนเรื่องระหว่างเราเป็นแค่พี่เมา... พี่ต้องการคนปลอบประโลม.... หรือพี่......หรือพี่....”ชางมินหยุดคำพูดที่จะเปล่งออกมา ร่างสูงสุดลมหายใจเข้า.... ก่อนจะตัดสินใจพูดประโยคที่ไม่อาจเป็นไปได้เลยสำหรับเขาออกไป..... “หรือว่า...พี่รักผมกัน....”


    แจจุงไม่พูดอะไรทั้งสิ้น ... ร่างบางได้แต่ส่ายหน้า ไปมาเหมือนคนเสียสติ ชางมินทนไมได้ที่จะเห็นแจจุงอยู่ในสภาพแบบนั้น... ร่างสูงดึงแจจุงเข้ามากอดปลอบ.... ความอ่อนโยนของชางมินทำให้ร่างในอ้อมแขนอ่อนลง...



    ผมจะไม่พูดมันออกไป....
    ผมจะไม่ตอกย้ำเรื่องระหว่างเราที่ทำให้พี่ไม่สบายใจแล้วล่ะ...
    แต่ผมจะคอยมองพี่อยู่ห่างๆ...
    และผมก็จะรักพี่.....
    ตลอดไป.....



    “วางใจเถอะครับ....ผมจะไม่พูดมันแล้ว....”ชางมินกดจมูกลงกับผมอ่อนนุ่มของแจจุง แล้วดันแจจุงออกอย่างเบามือ ก่อนจะลุก แล้วก้าวไปที่ประตู มือหนาจับลูกบิด เตรียมจะเปิดมันออกแล้วเดินจากแจจุงไปซะพ้นๆ แต่ทว่า...

    “ฉันแค่คิดว่าฉันควรจะหันมามองนายบ้าง....รักนายให้เท่ากับที่นายรักฉันบ้าง....ฉันทำแบบนั้นได้ไหมชางมิน..... นายจะช่วยปลอบฉันและให้ความรักเต้มเปี่ยมนั่นกับฉันใช่ไหม?”


    คำถามของแจจุงทำให้ชางมินหยุดที่จะออกจากห้องนี้ไป ร่างสูงกระโจนเข้าหาแจจุงบนเตียง แล้วยิ้มอย่างมีความสุขสุดๆ มือหนากระชับกอดแจจุงให้แนบแน่นยิ่งขึ้น


    “ได้ครับ...ผมจะมอบรักนั้นให้พี่....ผมจะอยู่ข้างๆพี่เอง...”

    ชางมินให้คำสัญญา.... ก่อนจะขึ้นคร่อมแจจุงอย่างถือสิทธิ์ แต่ร่างข้างใต้ก็ไม่ได้ขัดขืนแต่อย่างใด แจจุงหลับตาพริ้มรอรับจุมพิตจากร่างสูง ชางมินค่อยๆมอบจูบหวานอ่อนโยนให้กับแจจุง... ริมฝีปากของเขาเลียที่ริมฝีปากล่างของแจจุง มือซุกซนค่อยๆลุกล้ำเข้าไปในเสื้อตัวบางของแจจุง


    “อืม.....” เจ้าตัวไม่รู้หรอกว่าตนเองครางได้เสียงหวานขนาดไหน จูบของชางมินเร่าร้อนขึ้นเรื่อยๆ จากร้องขอกลายเป็นต้องการ.... ริมฝีปากหนาบดขยี้ริมฝีปากบางของคนข้างใต้ ลากสากเข้าไปลิ้มรสความหอมหวานในโพรงปากของร่างบาง ปลายลิ้นของทั้งสอง กระหวัดเกี่ยวพัวพันกัน มือหนากระชับกอดให้แนบชิดยิ่งขึ้นเพื่อสะดวกต่อปฏิบัติการต่อไป....


    ไม่นานนัก เสื้อผ้าของทั้งคู่ก็ลงไปสู่พื้นพรม ร่างทั้งสองนัวเนียกันอยู่บนเตียง ต่างก็แลกเปลี่ยนความร้อนซึ่งกันและกันอย่างเต็มเหนี่ยว มือบางของแจจุงสอดเข้าที่กลุ่มผมหนาของชางมิน แล้วรั้งในหน้านั้นเข้ามาเพื่อแลกจุบดูดดื่ม

    ร่างสูงถอนจูบจากริมฝีปากอวบอิ่มนั่นอย่างจำใจ ใบหน้าของเขาค่อยๆเลื่อนลงจากใบหน้าชวนหลงใหลยังซอกคอหอมกรุ่น มือข้างหนึ่งถือสิทธิ์ล้วงเข้าไปในกางเกงของแจจุงแล้วหยอกล้อกับแจจุงน้อยอย่างมันมือ ขณะเดียวกันกับที่แจจุงส่งเสียงครางรัญจวน


    “มิน.....ชาง...มิน....ฮ๊า......”


    ราวกับต้องมนต์เสียงครางหวานล้ำนั้น ทำให้ไฟเร่าร้อนในตัวชางมินลุกโหมกระพือยิ่งกว่าเดิม ร่างสูงค่อยๆฝากรอยไว้กับผิวเนียนขาวของอึกฝ่ายอย่างตั้งใจ ต่ำลงไปเรื่อยๆ จนถึงหน้าท้องแบนราบ...


    แจจุงสะดุ้งสุดตัว เมื่อไอร้อนจากริมฝีปากของชางมินประทับบนหน้าท้องของเขา ร่างบางบิดกายลุ่ม เหงื่อเม็ดใหญ่ผุดขึ้นที่หน้าผาก ราวกับการวิ่งไกลๆสัก10 กิโล.... ความร่อนในตัวทำให้เหงื่อผุด... แจจุงเสียวเป็นที่สุด ริมฝีปากเผยอเปิดด้วยความเร่าร้อนของอีกฝ่าย ใบหน้าหวานซับสีเลือด ดวงตาเยิ้มช่ำที่กำลังมองร่างสูงอยู่ ทำเอาชางมินแทบคลั่ง.....

     

    และเขาก็ตระหนักได้ว่า... จะต้องอ่อนโยนที่สุด.... ชางมินค่อยๆก้มลงรับสิ่งนั้นเข้าไปในปากอย่างไม่รังเกียจ... มันทำเอาสติของแจจุงเลื่อนลอย... ความสุขสมผสมปนเปกันไปหมด ในหัวมันว่างเปล่า... ราวกับรอรับรู้กับความสุขตรงหน้าอย่างเดียว แจจุงจับศีรษะของร่างสูงให้แนบชิดยิ่งขึ้น และชางมินก็ปรนนิบัติเขาดีซะเหลือเกิน


    “ฮ้า....ฉ..ฉันจะถึง....อ๊า.....จะถึง.....แล้....ว”



    เสียงพูดขาดห้วงเตือนสติให้ชางมินถอนริมฝีปากออก


    “ไม่ครับ...เราจะถึงสวรรค์พร้อมกัน....”


    ชางมินกระซิบข้างหูก่อนจะ งับที่ใบหูเล็กๆนั่น... นิ้วเรียวยาวของเขาสอดใส่ที่ด้านหลังของแจจุง... กระแทกเบาๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จาก1 เป็น 2 เสียงครางสุขสมดังขึ้นไม่รู้จักพอ ชางมินเองก็เริ่มจะทนไม่ไหวแล้ว....


    “ผมขอ...นะ...”

    “อือ....อา....”


    แจจุงพยักหน้าเป็นเชิงรับ ไม่ทันจะได้ตั้งตัว สิ่งที่ใหญ่กว่านิ้วก็เข้ามาในตัวของแจจุงแล้ว ชางมินค่อยๆขยับมันจนสุดแล้วขยับเข้าออกและเร็วขึ้นเรื่อยๆช่องแคบของแจจุงมันบีบรัดเขาเหลือเกิน... แต่ดูเหมือนมันจะยังไม่พอสำหรับอีกคน....


    “เข้ามา....เร็ว....อีก....ลึกกว่านี้....”

    “ได้ครับ...ผมจะทำแต่สิ่งที่พี่ต้องการ....”


    ชางมินตอบเสียงแหบพร่า ความร้อนระอุแทบจะเผาผลาญทุกสิ่งในนั้นให้เป็นจุล เสียงครางสุขสมดังขึ้นไม่ขาดสาย ชางมินกระแทกสองสามครั้งก่อนจะปล่อยน้ำรักออกมาพร้อมกันร่างบาง.... เขาค่อยๆถอนตัวเองออกจากแจจุง แต่ทว่า....


    “อยู่อย่างนี้ก่อนได้ไหม.....”

    แจจุงถามเสียงหวาน... นัยน์ตาช่ำเยิ้ม ชางมินส่ายหน้าทันควัน.... จะให้อยุ๋อย่างนี้ไปได้อย่างไร.... เขายังไม่อยากให้แจจุงเห้นเขาเป็นสัตว์ป่า.....


    “ไม่ได้ครับ.....”

    “ทำไมล่ะ....” แจจุงถาม.... แขนเล็ก(?)กอดคล้องที่คอของชางมิน

    “เพราะ...ผมจะทนไม่ได้เอา....”

    คำตอบของร่างสูงทำเอาแจจุงหัวเราะออกมา .... ทนไม่ได้งั้นหรอ.... น่ารักจัง.... แจจุงหอมแก้มชางมินฟอดใหญ่ ก่อนจะให้คำตอบที่....


    ทำร้ายตัวเองสุดๆ.....


    “ก็ไม่ต้องทนสิ....เพราะ.....คืนนี้เราจะมาราธอนกัน.....^^”


    =============================================================


    [[END]]


    NC-18 ไร้เซ็นเซอร์!!!!- -“

    Fic min/jae

     
    Fic min/jae
     
     
     
    "ฮ่าๆๆๆ ...ฉ้านนี่โง่เนอะ....อย่ามองฉ้านแบบน้านเซ่.... ชางมินก็เกลียดฉ้านหรอ?"


    ขณะนี้ ที่ตรงหน้าของชางมิน... คือแจจุงที่กำลังกระดกขวดโชจู อย่างไม่บบันยะบังยัง... เขาถูกลากมานั่งดูแจจุงดื่มเมื่อ2ชั่วโมงที่แล้ว บนดาดฟ้าที่อพาตเม้นท์ ขณะที่คนอื่นๆในวงกำลังเลี้ยงให้ยุนโฮอย่างสนุกสนานข้างกายของยุนโฮ มีผู้หญิงคนหนึ่งตามติดตลอด เธอไม่ใช่ใครเลย เพราะเธอคือ โบอา แฟนสาวของยุนโฮนั่นเอง...


    และนั่นก็เป็นเหตุผลที่ทำให้เขาต้องมานั่งดูแจจุงจุงดื่มแบบนี้... ร่างบางกระดกขวดโชจูในมือ ซึ่งเป็นขวดที่ 11 แล้ว แจจุง ดื่มไปเพ้อไป ร่างสูงมองแจจุงสักพักก่อน จะแย่งเหล้าในมือของร่างบางมา แล้วกระดกบ้าง นั่นทำเอาแจจุงประท้วงเบาๆ


    "อะไรกัน?...."

    "ขอผมดื่มด้วย...จะให้ผมมานั่งดูพี่ดื่มคนเดียวหรอครับ?"


    ร่างสูงว่าน้ำเสียงตัดพ้อ แจจุงแย่งขวดโชจูกลับมา แล้วกระดกดื่มจนหมด โชจูที่ไหลออกมาจากปากขวดค่อยๆไหลลงต้นคอระหงส์ เมื่อดื่มหมด แจจุงก็เขยิบเข้าไปใกล้ๆชางมินแล้วใช้นิ้วชี้จิ้มที่อกร่างสุงแรงๆ2-3 ที


    "ยังเป็นเด็กอยู่เลย....นายจะกินได้ไง?....นั่งดูฉันกินแหละดีแล้ว"


    เมื่อได้ยินดังนั้น ชางมินถึงกับขบกรามด้วยความโมโห... เขาเป็นเด็กงั้นหรอ?.... แล้วการกระทำที่คนตรงหน้าทำอยุ่ล่ะ.... แค่คนๆนั้นมีแฟนเนี่ยนะ?... ทำไมถึงกับต้องมานั่งดื่มเอาเป็นเอาตาย.... ตอนนี้ชางมินกำลังพยายามสงบสติอารมณ์เพื่อไม่ให้ทำอะไรคนตัวเล็กๆข้างๆเขา ตอนี้คงมีวิธีเดียวคือการหลับตา... เพราะเขาไม่ต้องการเห็นใบหน้าหมองเศร้าของแจจุง...


    ร่างสูงที่หลับตาอยู่สักพัก ถึงกับต้องสะดุ้งเฮือก! ก้เพราะคนที่นั่งข้างๆเมื่อกี้ เดินอ้อม แล้วสวมกอดเขาจากข้างหลัง แจจุงเอาใบหน้าเล็กๆของเขาซุกกับหลังแกร่งของน้องชายที่เขาแสนจะไว้ใจ เขาค่อยๆพร่ำพรรณนาถึงคนที่ต้องทำให้เขามานั่งดื่มแบบนี้


    "ฉันน่ะนะ....ฉันน่ะ....รักเขามาก...ฉันแอบรักเขามาตั้งนานแล้ว...เขามักจะเป็นห่วงฉันเสมอ...ทุกเรื่อง...ฉันมันจะทำอะไรบ้าๆบอๆ...และเขามักจะอยุ่ข้างๆฉันเสมอ...แต่...ทำไมล่ะ...??...ทั้งที่ฉันก็พยายาม.....ฮึก....พย...พยายามทำตัวดีๆ..."


    ชางมินรุ้สึกได้ถึงแรงสะอื้นของแจจุงที่อยู่ด้านหลัง นี่เขาต้องมานั่งฟังแจจุงพร่ำเพ้อถึงคนๆนั้นหรอ?....เขาต้องมานั่งรับรู้สิ่งที่เขาไม่ต้องการอยากรู้เนี่ยนะ.... เขาต้องมารู้เรื่องนี้ในฐานะที่เขาเป็นแค่....น้องชายเนี่ยนะ.... แค่น้องชายใช่ไหมแจจุง... มือเล็กๆของแจจุงค่อยๆสอดมาจากด้านหลังแล้วกอดชางมิน


    "แล้วทำไม....ทำไมเขาไม่รักฉันเลยล่ะ....ชางมิน....ทำไมไม่ใช่ฉันล่ะ....ฮือออ....ชางมิน...."


    "แล้วทำไม...พี่แจจุงถึงไม่ลองมองคนข้างหน้าพี่ดูบ้างล่ะครับ...."ในที่สุดเขาก้ตัดสิ้นใจพุดไป.... เขาทนไม่ไหวแล้ว... น้องชาย?... ทุกที... ทุกครั้ง... เขาไม่เคยเป็นมากกว่าน้องชาย....


    ไม่เคยเลย....


    "หะ...หา..." เมือ่ได้สติร่างบางก็ผละออกจากหลังของร่างสูง.... อะไรนะ... เมื่อกี้ชางมินล้อเล่นใช่ไหม?...


    "......."


    แจจุงเขยิบออกห่างน้องชายของเขา... เขาเริ่มไม่แน่ใจว่าการพุดอะไรต่อมิอะไรไปให้ชางมินฟังมีเป็นเรื่องดีเสียแล้ว... ชางมินกำลังโกรธ ... ร่างสูงตรงหน้าเขากำลังกำมือแน่... ชางมินก้มหน้านิ่ง...


    "อย่า...ล้อเล่นแบบนี้สิชางมิน...ฉันตกใจนะ..."


    แจจุงพูด... ร่างข้างๆเขาไม่มีการเคลื่อนไหวเลยเเม้แต่น้อย... ชางมินยังคงก้มหน้านิ่งเหมือนเดิม...

     

     

    ร่างบางเห็นท่าไม่ดี จึงเขยิบเข้าไปใกล้ๆ เพื่อจะดุว่าชางมินหลับรึยัง ร่างสูงตรงหน้าไม่ได้หหลับ แต่ดวงตากำลังรื่นด้วยน้ำตา.... แจจุงสกิดที่แขนชางมินเบาๆ... ก่อนจะกอดปลอบ...


    ทันใดนั้นเอง ชางมินก้สะบัดความหวังดีที่กำลังทำร้ายเขา... เขารู้....ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าแจจุงเห็นแค่เขาเป็นน้อง... แต่น้องคนนี้มันกำลังทรยศ เขาไม่สามารถทนเก็บความรู้สึกส่วนลึกได้อีกแล้ว...


    "ผมไม่เคยล้อเล่น!....."ชางมินผลักคนข้างๆลงกับพื้นพรม แจจุงอ้าปากด้วยความตกใจ ร่างสูงจึงใช้โอกาสนั้น ทาบทามด้วยริมฝีปากเขาเอง


    ริมฝีปากหนากดทับริมฝีปากบางสีชมพูที่หน้าหลงไหล ร่างสูงดุดที่ริมฝีปากล่างของร่างบางเบาๆ ก่อนจะสอดลิ้นเพื่อเข้าไปลิ้มรสความหอมหวานในโพรงปากของร่างบาง แจจุงทุบหน้าอกชางมินสุดแรง....


    ร่างสูงถอนริมฝีปากเพื่อให้ร่างบางข้างใต้หายใจ... เมื่อได้จังหวะ แจจุงจึงผลักร่างสูงออก แจจุงตบหน้าชางมินสุดแรง... ร่างสูงหน้าหันไปตามแรงของร่างบาง น้ำใสๆค่อยๆไหลรินจากดวงตาคู่สวย ทำไม...ไม่เห็นกับความเป็นพี่น้องกันแล้วใช่ไหม?...


    "ใจร้าย... ฉันเกลียดชางมิน..." ชางมิน...ทำไมถึงต้องทำแบบนี้.. คำว่าพี่น้องของเราหายไปไหน?... หรือที่ผ่านมานายคิดเกินเลยกับฉันมาตลอดเลยใช่ไหม?... ชางมิน...


    แจจุงลุกหนีร่างสูง แต่ก้ไม่พ้นไปไหน ชางมินผลักแจจุงไปติดกำแพง ไม่พุดพร่ำทำเพลง ร่างสูงก้ระดมจูบที่ซอกคอหอมกรุ่นของคนตรงหน้าทันที เขาไม่สนใจอะไรทั้งนั้นแล้ว... แค่ร่างบางตรงหน้าเป็นของคนเดียว...ก็พอ....


    "ฮือออออ...ชางมิน...ฉันขอร้อง....เราเป็นพี่น้องกันนะ..." ฉันไม่เคยแบ่งใจให้ใครเลย... ฉันไม่เคยคิดกับนายเกินเลยเลย ชางมิน....


    "พี่น้อง..."


    เมือ่ไดยินดังนั้น ชางมินก็ปล่อยให้แจจุงเป็นอิสระทันที... ร่างบางทรุดตัวลงกับพื้น แค่พี่น้อง.... พี่น้องเท่านั้นสินะ....


    "ก็แค่พี่น้องเท่านั้น....ทำไมพี่ไม่เคยนึกถึงใจผมบ้าง?...."


    ชางมินตัดพ้อ แจจุงเห็นดังนั้นจึงเข้ากอดร่างสุงจากด้วยหลังทันที..


    "ฉันขอโทษ....ฉันไม่ได้ตั้งใจ....ฉันขอโทษ...."


    ชางมินแกะมือของแจจุงออก อารมณ์ของเขาเริ่มประทุอีกแล้ว... จะต้องขอโทษเขาทำไม.... ทำไม....


    "หยุด!...พอกันที.....พี่จะขอโทษผมเพื่ออะไร....พี่ไม่ได้รักผม....ขอผมอยู่คนเดียว...."


    "ฉันขอโทษชางมิน"


    สติสัมปชันยะของร่างสูงขาดผึ่ง เขากดคนตัวเล็กลงกับพื้น แล้วถอดเน็กไท ของเขาออก เพื่อมัดมือของแจจุงเอาไว้ ตอนนี้ไม่มีอะไรสามารถมาขัดขวางเขาได้แล้ว... เสื้อผ้าของแจจุงถูกทึ้งออกจากตัว จนตอนนี้เหลือเพียงนวลเนื้อเนียนขาว ไม่มีอะไรปกปิดร่างกายแล้ว ใบหน้าสวยนองไปด้วยน้ำตา....


    "พี่...ต้องเป็นของผมเท่านั้น!...."

     

    จบคำ ชางมินก็ใช้ริมฝีปากหนาของตนประกบจูบเร่าร้อนให้แก่ร่างบาง มือหนาไล้ลงต่ำไปเรื่อยๆ พร้อมกับริมฝีปากที่ทิ้งรอยไว้ตามทางเรื่อย... ลิ้นสากค่อยๆโลมเลียตุ่มเล็กสีชมพูบนหน้าอกทั้งสองด้านของแจจุง จนราบางร้องคราง


    "อะ...อา...หยุด...พอ..."


    ดุเหมือนมันจะไม่ได้ประโยชน์ แต่กลับปลุกให้อารมณ์ของชางมินประทุร้อนยิ่งกว่าเดิม ชางมินค่อยๆลากลิ้นลงไปเรื่อยๆ จนถึงหน้าท้องแบนราบ พร้อมกับมือของเขาที่กำลังกอบกุมแก่นกายของคนตรงหน้า แล้วค่อยๆรุดขึ้นลงช้าๆ ก่อนจะเพิ่มความเร็ว....


    "อ๊ะ....ชะ...ชางมิน...หย..หยุด...."


    เสียงพูดพร้อมครางที่ขาดห้วง ยิ่งเร้าอารมณ์ของชางมิน ให้โหมกระพือยิ่งขึ้น... ใบหน้าสวยนองไปด้วยน้ำตา ชางมินหยุดตามคำขอของร่าบางตรงหน้า แต่นั่นกลับทำให้แจจุงทรมานด้วยแรงอารมณ์ที่สุงขึ้น....


    "พุดสิ..ว่าพี่ต้องการผม...."

    "ฉัน....อ๊า...ท...ทนไม่ไหว...."


    ร่างบางบิดกายลุ่ม.... ความทรมานที่เคยเป็นเพราะอย่างอื่นกลับมาแทนที่ด้านราคะแสนเร่าร้อน.... ชางมินมองร่างข้างใต้อย่างพอใจ... เขาควรจะอ่อนโยนกับคนข้างใต้มากกว่านี้สินะ....


    "ผมรักพี่นะ.....รักพี่มาก....มากกว่าอะไรทั้งสิ้น..."


    ชางมินดึงร่าบางเข้ามากอด ดวงตาของแจจุงพร่าเต็มที... ทั้งสองแลกจุบดูดดื่มและเร่าร้อน ส่งผ่านความร้อนให้กันและกันความเร่าร้อนแผ่ซ่านไปทั่วทั้งห้อง... เกิดเสียงครางดังและขาดห้วงเป็นระยะ เม็ดเหงื่อผุดขึ้นที่ใบหน้าสวย... ชางมินค่อยๆปาดมันออกจากใบหน้าของร่างบางอย่างเบามือ...


    ชางมินกระแทกครั้งสุดท้าย ก่อนจะถอนตัวออกจากร่าบาง.... แจจุงหมดแรงแล้วหลับไปในที่สุด ชางมินกอดคนตัวลเกข้างๆที่ไม่เคยแม้แต่จะหันมามองเขาเลย... เขากระชับกอดให้แน่นยิ่งขึ้น ดวงตาของเขาค่อยๆหรี่ลง จนปิดไปในที่สุด...





    เช้าวันใหม่ แสงแดดจ้าส่องเข้าทางหน้าต่าง แจจุงที่กำลังจะขยับตัว ก็ต้องหยุดการกระทำลงเพราะคนที่มอบอ้อมกอดแสนอบอุ่นนี้ให้เขา....


    "น่าอายชะมัด....."


    แจจุงพึมพำกับตัวเอง... เช้านี้ไม่มีใครโผล่มาเลย ทายว่าคงค้างอยู่ที่นั่น แจจุงมองหน้าคนที่กอดเขาอยู่ เรื่องเมือคืน นึกแล้วก็อดยิ้มไม่ได้เขาได้ยินเสียงคนที่นอนกอดเขาเบาๆ ชางมินกระซิบข้างๆหูว่ารักเขามากมาย...


    บางที.... เขาควรจะมองคนข้างๆตัวบ้างก็ดีนะ.....



    [END]......

     

     


    May 04

    >< โฮะๆๆๆ

    Cick!! สิจ๊ะอย่ารีรอ

    >>>Cick!!ซะสิ!!(ไอดีข้าพเจ้าเอง)<<<

     

     

    +ขอบ่นหน่อยเหอะ!!+

     

    อ๊า!!...  กว่าจะทำเสปซสำมะเร็จT^T 

    ยากชิบป่อยT^T

    แง๊งงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง